ธเณศ จดทะเบียนบริษัทออนไลน์

วางแผนภาษีขายของออนไลน์

ผู้เริ่มต้นธุรกิจออนไลน์ การวางแผนภาษีขายของออนไลน์นั้นมีความสำคัญมาก หากเริ่มต้นด้วยความรู้และข้อมูลที่ถูกต้องก็จะช่วยลดปัญหาทางด้านภาษีในอนาคตได้

“เรายินดีให้บริการรับวางแผนภาษีขายของออนไลน์

คิดค่าบริการที่ 10,000 บาท”

“ดูรีวิวจากผู้ใช้บริการ”

สารบัญ

  1. ทำไมจึงต้องมีการวางแผนภาษีขายของออนไลน์
  2. อธิบายธุรกรรมลักษณะเฉพาะที่สรรพากรจะได้รับจากธนาคาร
  3. ขั้นตอนการวางแผนภาษีขายของออนไลน์ 1 : วิเคราะห์โครงสร้างรายได้และค่าใช้จ่าย ของธุรกิจ
  4. ขั้นตอนการวางแผนภาษีขายของออนไลน์ 2 : ทดสอบการคำนวณภาษีจริงในแต่ละรูปแบบการทำธุรกิจ (นิติบุคคล, บุคคลธรรมดา-หักค่าใช้จ่ายตามจริง, บุคคลธรรมดา-หักค่าใช้จ่ายแบบเหมา)
  5. ขั้นตอนการวางแผนภาษีขายของออนไลน์ 3 : เลือกรูปแบบธุรกิจที่ประหยัดภาษีและมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ต่ำที่สุด
  6. ขั้นตอนการวางแผนภาษีขายของออนไลน์ 4 : อธิบายรูปแบบธุรกิจที่เลือกว่าจะต้องดำเนินการทางด้านบัญชีและภาษีอย่างไรบ้าง
  7. สรุป

ทำไมจึงต้องมีการวางแผนภาษีขายของออนไลน์

ในการเริ่มต้นประกอบธุรกิจแน่นอนว่าคุณจะไม่ทราบว่าเราควรจะทำธุรกิจในรูปแบบใดจึงจะสามารถประหยัดภาษีได้มากที่สุด ในปัจจุบันการประกอบธุรกิจจะมี 3 รูปแบบให้คุณเลือกดังนี้

  1. บุคคลธรรมดา – หักค่าใช้จ่ายแบบเหมา
  2. บุคคลธรรมดา – หักค่าใช้จ่ายตามจริง
  3. นิติบุคคล

แล้ววิธีไหนหล่ะที่สามารถประหยัดภาษีให้เราได้มากที่สุด อันนี้คือสิ่งที่จำเป็นต้องให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยวิเคราะห์เพราะต้องใช้ทักษะและความรู้เฉพาะด้านพอสมควร

ในช่วงที่ผ่านมาในฐานะที่ผมเป็นผู้สอบบัญชีและอยู่ในแวดวงบัญชีภาษี ก็มักจะได้รับโทรศัพท์ขอคำปรึกษาในเรื่อง ถูกสรรพากรตรวจสอบและเรียกภาษีย้อนหลัง มีตั้งแต่กรณีหลักหลายหมื่นไปจนถึงหลักหลายล้าน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็เป็นผู้ประกอบการที่ขายของออนไลน์

ลองดูตัวอย่างกรณีศึกษากระทู้ใน Pantip เหล่านี้ได้ครับ

โดนสรรพากรเรียกเครียดมากค่ะ เพราะมีรายรับเกิน 1.8 ล้านต่อปี

https://pantip.com/topic/30887901

โดนสรรพากรแจ้งผลสำรวจภาษีรายได้บุคคล ขายของออนไลน์

https://pantip.com/topic/39563856

โดนสรรพากรเรียกให้ไปจ่ายภาษีบุคคลธรรมดา ทั้งๆที่ยังเรียนอยู่และไม่เคยค้าขาย ทำอย่างไรดี

https://pantip.com/topic/36099534

เพราะฉะนั้นหากคุณทำธุรกิจขายของออนไลน์เรื่องการวางแผนภาษีขายของออนไลน์นั้นมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะหากทำผิดไปแล้ว และถูกสรรพากรจับได้ ค่าภาษี+ค่าปรับ ที่เกิดขึ้นสามารถทำให้เราหมดตัวได้เลยทีเดียวครับ

 

 

อธิบายธุรกรรมลักษณะเฉพาะที่สรรพากรจะได้รับจากธนาคาร

คุณรู้หรือไม่ว่านับตั้งแต่ปี 2563 ทางธนาคารจะส่งข้อมูลของเรา (ทั้งบุคคลธรรมดา และนิติบุคคล) ที่เข้าเงื่อนไขของลักษณะธุรกรรมเฉพาะให้แก่กรมสรรพากร เมื่อกรมสรรพากรได้รับข้อมูลแล้วก็สามารถนำข้อมูลที่ได้รับจากธนาคารไปวิเคราะห์เปรียบเทียบกับข้อมูลในการยื่นแบบภาษีของเราว่าเรามีแนวโน้มที่จะยื่นรายได้เพื่อเสียภาษีครบถ้วนหรือไม่

ลักษณะธุรกรรมเฉพาะมีดังนี้

  1. มีการฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีของธนาคารเดียวกันรวมในปีเดียวตั้งแต่ 3,000 ครั้ง หรือคิดเป็นค่าเฉลี่ยเดือนละ 250 ครั้ง หากคุณมียอดการฝากหรือรับโอนเงินเกินกว่านี้ข้อมูลจะถูกส่งให้แก่กรมสรรพากร
  2. มีการฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีของธนาคารเดียวกันรวมในปีเดียวตั้งแต่ 400 ครั้ง และมียอดรวมของการฝากหรือรับโอนรวมกันตั้งแต่ 2,000,000 บาทขึ้นไป หากคุณมียอดและจำนวนเงินการฝากหรือรับโอนเงินเกินกว่านี้ข้อมูลจะถูกส่งให้แก่กรมสรรพากร

หน่วยงานที่มีหน้าที่รายงานข้อมูลให้สรรพากร

  1. ธนาคาร
  2. ผู้ให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ (เช่น mPAY, TrueMoney, Rabbit Line Pay)

ข้อมูลที่สรรพากรได้รับ

  1. เลขบัตรประจำตัวประชาชน หรือ เลขนิติบุคคล
  2. ชื่อนามสกุลบุคคล หรือ ชื่อบริษัท
  3. จำนวนครั้งของการฝาก/รับโอนเงิน
  4. ยอดรวมจำนวนเงินของการฝาก/รับโอนเงิน
  5. เลขที่บัญชีที่มีการฝาก/รับโอนเงิน

ขั้นตอนการวางแผนภาษีขายของออนไลน์ 1 : วิเคราะห์โครงสร้างรายได้และค่าใช้จ่าย ของธุรกิจ

ในการประกอบธุรกิจและการเสียภาษี ผมคิดว่ามี 3 รูปแบบหลักๆดังนี้

  1. บุคคลธรรมดา – หักค่าใช้จ่ายแบบเหมา
  2. บุคคลธรรมดา – หักค่าใช้จ่ายตามจริง
  3. นิติบุคคล

การวางแผนภาษีขายของออนไลน์ ในขั้นตอนแรกทางผมจะวิเคราะห์ตัวธุรกิจของคุณ โดยจะเน้นทำความเข้าใจโครงสร้างรายได้ ค่าใช้จ่าย และจะมีการจัดทำตัวเลขประมาณการทั้ง รายได้ / เงินได้พึงประเมิน, ค่าใชจ่าย, กำไร / เงินได้สุทธิ เพื่อนำมาใช้เป็นฐานในการคำนวณภาษี

ขั้นตอนการวางแผนภาษีขายของออนไลน์ 2 : ทดสอบการคำนวณภาษีจริงในแต่ละรูปแบบการทำธุรกิจ

การวางแผนภาษีขายของออนไลน์ หลังจากที่ได้ตัวเลขประมาณการของ รายได้ / เงินได้พึงประเมิน, ค่าใชจ่าย, กำไร / เงินได้สุทธิ ทางผมจะนำมาคำนวณ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา / ภาษีเงินได้นิติบุคคล เพื่อให้ได้ตัวเลขภาษีในแต่ละรูปแบบธุรกิจออกมา

ขั้นตอนการวางแผนภาษีขายของออนไลน์ 3 : เลือกรูปแบบธุรกิจที่ประหยัดภาษีและมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ต่ำที่สุด

การวางแผนภาษีขายของออนไลน์ เมื่อได้ตัวเลขภาษีในการทำธุรกิจแต่ละประเภทแล้ว เราจะนำมาวิเคราะห์รวมกับค่าใช้จ่ายดำเนินงานส่วนเพิ่ม (เช่น ค่าทำบัญชี ค่าสอบบัญชี จะมีเพียงแค่บริษัท แต่บุคคลธรรมดาจะไม่มีค่าใช้จ่ายดังกล่าว) เพื่อคำนวณหาความคุ้มค่าในการทำธุรกิจแต่ละประเภท ว่าทำธุรกิจแบบใดสามารถประหยัดภาษีและต้นทุนการดำเนินงานส่วนเพิ่มได้ดีที่สุด

ขั้นตอนการวางแผนภาษีขายของออนไลน์ 4 : อธิบายรูปแบบธุรกิจที่เลือกว่าจะต้องดำเนินการทางด้านบัญชีและภาษีอย่างไรบ้าง

การวางแผนภาษีขายของออนไลน์ เมื่อเราเลือกธุรกิจที่เหมาะสม สามารถประหยัดภาษีและต้นทุนการดำเนินงานส่วนเพิ่มได้ดีที่สุด เรียบร้อยแล้ว ทางผมจะเข้ามาอธิบายเพิ่มเติมว่าในรูปแบบธุรกิจที่เลือกควรจะจัดทำและจัดเก็บเอกสารในรูปแบบใดบ้าง รวมทั้งการช่วยหาผู้ทำบัญชีที่ดีๆมา Support เรื่องงานเอกสารต่างๆ

สรุป

การวางแผนภาษีขายของออนไลน์เป็นเรื่องที่สำคัญมากๆหากเราวางแผนมาก่อน และทำธุรกิจด้วยความรู้ทางด้านบัญชีและภาษี และเสียภาษีอย่างถูกต้อง ก็จะทำให้เราสามารถทำธุรกิจด้วยความสบายใจและไม่ต้องมากังวลในเรื่องภาษีต่างๆที่จะถูกสรรพากรเรียกตรวจสอบย้อนหลัง

ผมจึงคิดว่าบริการ วางแผนภาษีขายของออนไลน์ น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับทุกท่านด้วยราคาที่คุ้มค่า

ติดต่อมาได้เลยครับ ผมยินดีให้คำปรึกษา

ติดต่อ Line ดูรีวิวจากลูกค้า